หมอวรงค์ ไล่ไทม์ไลน์โกหกคำโต ปมซ่อนเงื่อนเงินกู้ ตัดสินโทษผิด??

Publish 2020-02-20 12:49:48


ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายว่าด้วย  นัดพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  ในการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย  เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กรณีพรรคอนาคตใหม่ กระทำการฝ่าฝืน มาตรา 72  พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด   โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  

 

(คลิกอ่านข้อมูลข่าว : อ.แก้วสรร พูดถึงความเป็นไปได้ยุบอนค. ยังไงพวกค้านก็ค้าน ไม่สนใจ สาระคำวินิจฉัยศาลรธน.



ทั้งนี้กรณีดังกล่าว อ.ชูชาติ  ศรีแสง  อดีตหัวหน้าคณะผู้พิพากษาในศาลฎีกา  เคยให้ความเห็นใประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวอีกครั้ง  อาทิ  "เรื่องนี้ข้อเท็จจริงคือ 1.พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเงิน  191  ล้านบาทเศษ หรือไม่   2.ข้อกฎหมายคือการกระทำดังกล่าวเป็นฝ่าฝืน พรป. พรรคการเมือง มาตรา 61 และ  66  กับเข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา 72  และมาตรา  92  หรือไม่

 


โดยปัญหาข้อเท็จริงที่ว่า  พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเงิน  191  ล้านบาทเศษ หรือไม่นั้น ฟังได้ยุติแล้วว่าเป็นความจริง เพราะนายธนาธรได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เอง   ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่จำเป็นต้องการไต่สวนพยานหลักฐานใดๆ อีก

 

 
ส่วนปัญหาข้อกฎหมายก็เป็นอำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องวินิจฉัยด้วยตนเอง    การที่พรรคอนาคตใหม่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ทำการไต่สวนเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ที่มีความเห็นว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิด   กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบนั้น   จึงน่าจะต้องการประวิงคดีให้ล่าช้าเท่านั้น   เพราะการพิจารณาข้อกฎหมายของ กกต. ก็เป็นอำนาจของ กกต. ไม่จำเป็นต้องฟังความเห็นของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องรับฟังความเห็นทางกฎหมายจากบุคคลใดๆ เลย

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ทุกข้อสงสัยมีคำตอบ ธนาธร มั่นใจไม่มีคดีอะไร ยุบอนค.ได้ อ.ชูชาติ จัดให้ข้อกม.คำร้องปล่อยกู้เงิน)



ล่าสุด น.พ. วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก  Warong Dechgitvigrom ระบุถึงประเด็นสำคัญในการชี้ผลที่จะเกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า...กู้ซ่อนเงื่อนกับคำให้การเท็จ  นักการเมืองที่ใกล้จะสูญเสีย มักจะทำได้ทุกอย่างแม้แต่คำให้การเท็จ  ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงปมปัญหา แต่จะพูดอยู่มุมเดียวที่ตนเองอยากพูด เพราะชี้แจงปัญหาไม่ได้

 

 

1.วันที่ 19 มีนาคม 2562 คุณช่อไปพูดในรายการทีวีว่า พรรคกู้เงินนายธนาธร 250 ล้านบาท

2. วันที่ 5 เมษายน 2562 นายธนาธรพูดระหว่างการแถลงข่าวหลังการเลือกตั้ง ในงานอนาคตใหม่ไฟแรงเฟร่อ​! พรรคอนาคตใหม่กู้เงินตนเอง 90 ล้านบาท

3.วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 นายธนาธร ไปพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ให้พรรคกู้เงิน 110 ล้านบาท

 

4.ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2562 นายธนาธรให้ปากคำกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของกกต.ว่าให้พรรคกู้ 161.2 ล้านบาท นายปิยบุตร และเหรัญญิกพรรคให้การตรงกันคือ 161.2 ล้านบาท

 

5.วันที่ 25 สิงหาคม 2562 นายธนาธรยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อปปช. ให้พรรคกู้เงิน 191.2 ล้านบาท โดยให้กู้ 2 ครั้ง ครั้งแรก 2 มกราคม 2562 เงิน161.2 ล้านบาท และ 11 เมษายน 2562 เงิน 30 ล้านบาท เท่ากับนายธนาธร นายปิยบุตร และเหรัญญิกพรรค จงใจให้การเท็จกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของกกต.

 

6. วันที่ 17 ตุลาคม 2562 ประชุมอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งของกกต. มีอนุกรรมการหนึ่งท่าน ตรวจสอบรายงานบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นปปช.ของนายธนาธร พบพิรุธเงินกู้ 30 ล้านบาท ที่นายธนาธรไม่เคยกล่าวถึง จึงเป็นที่มาที่พรรคกู้เงิน 191.2 ล้าน

 

ขนาดแค่ตัวเลขเงินกู้ ยังกล้าให้การเท็จกับประชาชน ยังไม่นับรวมให้การเท็จต่อกกต. ถามจริงๆว่า ตอนตื่นเช้ามาส่องกระจกเห็นหน้าตนเอง ไม่รู้สึกอายตัวเองบ้างเลยหรือว่า พวกเราช่างกล้าพูด กล้าทำ กล้าโกหกกับประชาชนได้ขนาดนี้เชียวหรือ??

 

บทสรุปที่ต้องติดตามคำตัดสินของศาล ไม่ใช่เพียงพรรคการเมืองกู้เงิน 191.2 ล้านบาทผิดหรือไม่ แต่ที่น่าติดตามคือ การกู้ซ่อนเงื่อนผิดหรือไม่??

 

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว