มติปปช.ฟัน จารุพงศ์ อดีตมท.1 ร่วมเวทีนปช.ปราศรัยแบ่งแยกประเทศ ชงสตช.เอาผิด 3 เกลอ

Publish 2020-02-14 16:46:38


นายวรวิทย์​ สุขบุญ​ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ ว่า​ ที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิด​นายจารุพงศ์​ เรืองสุวรรณ จารุวรรณ​ ขณะดำรงตำแหน่ง​ รมว.มหาดไทย​ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย​ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่​และสนับสุนน  ยุยง​ ส่งเสริม​ ให้เกิดความความไม่สงบในบ้านเมือง​  ตามมาตรา​ประมวลกฎหมายอาญามาตรา​ 157 



โดยแนวทางการสอบข้อเท็จจริง จากพยานหลักฐานสามารถรับฟังได้ว่า  เมื่อวันที่ 23  ก.พ. 2557  กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดการชุมนุมโดยการใช้ชื่อว่า นปช.ลั่นกลองรบ ภายใน  อาคารลิปตพัลลภฮอลล์   สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา และมีการผลัดเปลี่ยนขึ้นกล่าวปราศรัย โดยกลุ่มแกนนำคนอื่น ๆ ผ่านการถ่ายทอดสดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วประเทศ

 


โดยเนื้อหาของคำปราศรัยเป็นไปในลักษณะปลุกระดมให้มีการแบ่งแยกประเทศ​ และให้ปิดล้อมองค์กรอิสระ​ต่างๆ  และเมื่อนายจารุพงศ์​ ซึ่งเป็นรมว.มหาดไทย​ เดินทางไปถึงก็ขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำในลักษณะเห็นด้วยและสนับสนุนกับแนวทางดังกล่าว​ อันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง

 


นอกจากนั้นภายหลังการปราศรัยเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2557 ดังกล่าว ยังปรากฎหลักฐานมีกลุ่มบุคคลนำป้ายผ้าไวนิล ในลักษณะเรียกร้องให้มีการแบ่งแยกประเทศ เป็นประเทศล้านนา ติดประกาศในสถานที่ต่าง ๆ เช่น พิษณุโลก เชียงราย พะเยา และ กทม. ซึ่งฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมาย และมีกลุ่มบุคคลถูกดำเนินคดีด้วย  รวมถึงการจัดชุมนุมในรูปปแบบเดียวกันที่ สนามทุ่งศรีเมือง  จ.อุบลราชธานี  

 



จากพฤติการณ์ทั้งหมด นายวรวิทย์​  ระบุว่า พิจารณาแล้วเห็นว่า นายจารุพงศ์ ในฐานะรักษาการ รมว.มหาดไทย มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน อำนวยความเป็นธรรมของสังคม และความมั่นคงภายใน แต่กลับปราศรัยยุยงส่งเสริม กระทำการตามแนวทางของ นปช. ตามข้อเสนอมุ่งก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองของกลุ่ม นปช ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเป็นหัวหน้าพรรค ให้ยังคงเป็นรัฐบาลต่อไป โดยนายจารุพงศ์ ละเว้นไม่ดำเนินการ สั่งการตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ยับยั้งป้องกันเหตุการณ์จนเกิดความวุ่นวาย

 


การกระทำของนายจารุพงศ์ มีมูลความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด รวมถึงกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 116 (1) (3)

 


ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่  2​ -​13​  อาทิ​ นายณัฐวุฒิ​ ใสยเกื้อ​  , นายจตุพร​ พรหมพันธุ์​  , นายวีระกานต์​ มุกสิกวงศ์​  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าพนักงานของรัฐที่เข้าร่วมชุมนุมและกล่าวปราศรัยนั้นเป็นเรื่องนอกหน้าที่ราชการ​ และกรณีของผู้ถูกกล่าวหาอื่นที่มิได้มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงานของรัฐ​ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการกระทำให้​ สตช.เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว




ข่าวที่เกี่ยวข้อง