มติศาลรธน.เสียงข้างมาก วินิจฉัยร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 63 ยังไม่โมฆะ

Publish 2020-02-07 15:52:53


สืบเนื่องจากการที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร   ได้นำส่งความเห็นของ ส.ส. 90 ราย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) จำนวน 3 คำร้องว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่



เนื่องจากมีประเด็นข้อพิจารณาว่า  ด้วยการกดบัตรแทนกันของสมาชิกผู้แทนราษฎร  ในระหว่างการลงมติตามคำร้อง  พร้อมภาพประกอบข้อกล่าวหา  นายฉลอง เทอดวีระพงศ์  ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย  , น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สุมทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ  และ  นายสมบูรณ์ ชารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย   

 


ก่อนจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา  พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่   เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  ,  นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย  ,  น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.ภูมิใจไทย ยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ  พร้อมกำหนดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่  7  ก.พ. 2563 

 


ล่าสุด  ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยด้วยมติ 5 ต่อ 4   เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท  ไม่เป็นโมฆะ และให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการลงมติใหม่อีกครั้ง ในวาระ 2-3  
 



โดยมีรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 5 ราย ได้แก่ นายนุรักษ์ มาประณีต นายจรัญ ภักดีธนากุล นายบุญส่ง กุลบุปผา นายปัญญา อุดชาชน และนายวรวิทย์ กังศศิเทียม เสียงข้างน้อย 4 ราย ได้แก่ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ชัช ชลวร และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี

 

(รายละเอียดคำวินิจฉัย)

 

 

 


ขณะที่ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และรมว.กลาโหม ได้เคยออกตำหนิ ความรับผิดชอบของผู้เป็นส.ส.ในการกดบัตรแทนกัน จนทำให้เกิดปัญหาทางข้อกฎหมาย

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ : ลุ้นระทึก มติศาลรธน.รับคำร้องวินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 แล้ว หลังพบปัญหา ส.ส.ใช้บัตรลงคะแนนแทนกัน)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว




ข่าวที่เกี่ยวข้อง