กรมป่าไม้แถลงชัด ฟาร์มไก่ "ปารีณา" รุกป่าสงวนฯ แจ้งผิดอาญา "พ่อทวี" ฝากถึงลูกสาวอย่าฟ้องกลับ!

Publish 2019-12-02 13:22:32


หลังจากเป็นข่าวใหญ่มาระยะหนึ่ง จากการร้องเรียนเรื่องการกระทำผิดบุกรุกที่ดินป่าสวนแห่งชาติ ในเขตจังหวัดราชบุรี  ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ สำนักงานป่าไม้ที่ดินจังหวัดราชบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวสรุปผลการแจ้งความดำเนินคดี ฟาร์มไกเขาสนฟาร์ม 2  ของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ   



โดยมีการสรุปรายละเอียดผลการดำเนินการดังนี้   ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อต่างๆ กรณีการครอบครองพื้นที่ โดยใช้หลักฐานเป็น ภบ5.  ในเขตพื้นที่ป่าไม้เป็นจำนวนมากในท้องที่จังหวัดราชบุรี และที่ดินดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องชัดเจนในพื้นที่รับผิดชอบตามกฎหมายของกรมป่าไม้


กรมป่าไม้จึงได้แต่งตั้งคณะทำงาน   เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย   และให้ความยุติธรรม ต่อทุกๆ ฝ่าย  ตามคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 3889/2562 (ลว. 20 พ.ย. 2562) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ป่าในท้องที่ จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแต่งตั้งให้นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และกำหนดให้คณะทำงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นที่เป็นข่าว ให้ได้ข้อยุติและเป็นไปตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2562 

 

 

1. ส่วนกำหนดเขตที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ที่เกี่ยวข้องทางด้านแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศและดำเนินการทำถ่ายทอดแนวแนวเขต ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝังซ้ายแม่น้ำภาชี ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติปี 2527) ลงในระบบเพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง
2. สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่เป็นข่าวพบว่ามีการประกอบกิจการฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ชื่อ “เขาสนฟาร์ม” อยู่ในท้องที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ตรวจสอบพบเบื้องต้นอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 
3. ชุดปฏิบัติการรังวัดของ กรมป่าไม้ ได้ถ่ายทอดเส้นแนวเขตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 
4. และเมื่อวันที่24 พ.ย. 2562 เวลา 14.30 น. คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยใช้หมายศาลจังหวัดราชบุรี โดยจุดที่เข้าตรวจสอบเป็นพื้นที่ครอบครองของฟาร์มไก่ “เขาสน2” เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 อยู่นอกเขตปฎิรูปที่ดิน โดยขณะเข้าตรวจสอบไม่พบบุคคลใด ในพื้นที่สภาพฟาร์มไก่ ไม่พบการเลี้ยงไก่ ผู้ใหญ่บ้าน ม6.ต.รางบัว ที่ร่วมตรวจสอบให้การว่า ทางฟาร์มเพิ่งมีการจับไก่ออกไปทั้งหมด ในฟาร์มไก่ “เขาสน2” ตรวจสอบพบพื้นที่ บุกรุกเขตป่าไม้ประมาณ 46 ไร่เศษ 
5.ต่อมาภายหลัง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้มีหนังสือขอความเป็นธรรม ต่ออธิบดีกรมป่าไม้เพื่อให้ ตรวจสอบการรังวัดใหม่ 
6.และเมื่อวันที่ 28 พ.ย 2562 คณะทำงานตรวจสอบของ กรมป่าไม้และ สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดราชบุรี ได้ร่วมเข้าตรวจสอบรังวัดถ่ายทอดแนวเขต อีกครั้งหนึ่งและคณะทำงานของกรมป่าไม้ ได้สรุปยืนยันผล
ทั้งนี้ผลการตรวจสอบออกมา พบการบุกรุกที่ดินในเขตป่าไม้ ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ประกอบด้วย 1.  จำนวนเนื้อที่ที่ตรวจยึดทั้งหมด จำนวน 46 – 1 - 40 ไร่  และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จำนวน 41 – 1 – 59 ไร่  และที่ดินส่วนนี้เป็นกรณีที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดินจึงถือว่าเป็นป่า ตามมาตรา 4(๑) 
แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 

 

อธิบดีกรมป่าไม้ แถลงเน้นย้ำความผิด ส.ส.ปารีณา


โดยบทสันนิษฐานแห่งกฎหมาย อยู่ในเขตป่า ตามมาตรา 4 (๑) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จำนวน 4 – 3 – 81ไร่   ทั้งนี้ เนื่องจากยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน


(1) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน “ก่อสร้าง 
แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น 
โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี


(2) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษตามมาตรา 31

(3) กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน “เข้าไปยึดถือครอบครอง ก่นสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และถือได้ว่าเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

 

อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหายหรือเสียหายไปนั้น ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97   และ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้คณะทำงาน นำเรื่องราวเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส)ในวันที่ 2ธค2562 เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

 


ทั้งนี้ระหว่างการแถลงข่าวนายทวี ไกรคุปต์ บิดานางสาวปารีณา ซึ่งเดินทางมารับฟังการแถลงข่าวแจ้งของกรมป่าไม้ ได้นำแผนที่จากกรมที่ดินที่มีการแนบท้ายกฎทางกระทรวงฯ อัตราส่วน 1 ต่อ 400,000 มาสอบถามกับอธิบดีกรมป่าไม้   เพื่อขอให้ชี้จุดที่ชัดเจนที่อ้างว่ามีการบุกรุกป่า ว่าอยู่บริเวณใดของแผนที่   เนื่องจากไม่เชื่อว่าแผนที่ที่ดินผืนเดียวจะสามารถทำผิดกฏหมายได้ถึง 3 ฉบับ  ซึ่งหากเป็นไปตามที่อธิบดีกรมป่าไม้แถลงจะทำให้มีพื้นที่ที่ทำผิดกฎหมายกว่าอีก 10,000 ไร่ได้รับผลกระทบ 


โดยอธิบดีกรมป่าไม้ชี้แจงว่า  ตามสเกลที่กรมป่าไม้อ้างอิงมีการตรวจวัดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว  จึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิ  ดซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาจะมีสิทธิ์โต้แย้งอ้างอิงตามหลักฐานที่มี และหลังจากแจ้งความดำเนินคดี ต่อ บก.ปทส. แล้วจะเข้าพื้นที่ติดป้ายพื้นที่ตรวจยึดต่อไป และหากผู้ถูกกล่าวหาจะฟ้องกลับกรมป่าไม้ ขอให้ฟ้องเฉพาะอธิบดีกรมป่าไม้เพียงคนเดียว

 


อย่างไรก็ตามทนายทวี ขอฝากข้อความถึงนางสาวปรีณาด้วยว่า  อย่าฟ้องร้องหรือฟังทนายความที่จะฟ้องกลับกรมป่าไม้ เพราะทุกคนล้วนทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว