บิ๊กตู่ ต้องบ่น 6 ปชป. รู้ทั้งรู้เจตนา ยังร่วมอนค.หนุน เช็คบิลมาตรา 44

Publish 2019-11-29 17:48:18


@กลายเป็นปัญหาใหญ่ในทางการเมืองทันที    หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร   มีมติเสียงข้างมาก   โดยกลุ่มฝ่ายค้าน  และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จำนวนหนึ่ง  เห็นชอบตามข้อเสนอ  ตามญัตติด่วนให้จัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบ การกระทำ ประกาศคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44



ที่สุดจึงกลายมาเป็นคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และรมว.กลาโหม  ปรารภถึงประเด็นที่เกิดขึ้น   ว่า   "ถ้าเราสร้างแต่ความขัดแย้ง หรือ  สร้างอะไรต่างๆออกไปหรือความไม่ลงรอยกันบ้าง  จะทำให้ความเชื่อมั่นหายไป ตนไปในทุกประเทศเขาเชื่อมั่นประเทศไทย  เป็นห่วงอย่างเดียวคือเรื่องของการเมือง ขอให้ระมัดระวังและลดการกระทบกระทั่งกันให้มากยิ่งขึ้น"

 


ส่วนการแพ้โหวตในสภาฯ  พล.อ.ประยุทธ์  ใช้คำพูดว่า   เท่าที่ติดตามดูเห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนติดราชการ  บางคนไปต่างประเทศกับตนเอง เลยมาโหวตไม่ทันอะไรทำนองนี้  แต่ถ้ามีการโหวตใหม่ก็ว่ากันไป ตามกลไกลของสภา คงไม่ใช่เรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลไม่มั่นคง 

 


“ผมยังเชื่อมั่นตรงนี้ว่ายังมั่นคงอยู่    ผมถือว่าผมเป็นทหารเก่า   ฉะนั้นถือว่าสัญญาลูกผู้ชายสุภาพบุรุษสำคัญที่สุด  การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องร่วมรัฐบาลจริงๆ  ร่วมสนับสนุนรัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้อง  ไม่ใช่ต่อสู้กันทางการเมืองอย่างเดียวมันไม่ได้   หรือจะมองอนาคตวันข้างหน้าเรื่องการเลือกตั้ง  มันยังมาไม่ถึงตอนนี้  ถึงเวลาก็ค่อยว่าอีกทีในตอนนั้น   แต่วันนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความขัดแย้ง ของสงครามการค้า เราจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เลยหรือ โจมตีกันไปมามันไม่เกิดประโยชน์ อะไรกับใครทั้งสิ้น แม้กระทั่งกับพรรคการเมืองของตนเอง  และเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจได้เองในวันข้างหน้า ในการเลือกตั้ง” 

 


ไฮไลต์คือ  พล.อ.ประยุทธ์   ส่งสัญญาณในเชิงยอมรับว่า  ระดับความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล   ไม่อยู่ในขั้นตอนปกติ   โดยระบุจะมีการนัดแกนนำ พรรคร่วมรัฐบาลทานข้าวในโอกาสอันใกล้นี้  

 


@ประเด็นที่ต้องพิจารณา  ทำไม  พล.อ.ประยุทธ์  ใช้คำว่า   สัญญาลูกผู้ชาย สุภาพบุรุษสำคัญที่สุด  การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องร่วมรัฐบาลจริง ๆ

 



เนื่องจากลำดับความเป็นมาของการลงมติว่าด้วย ข้อเสนอให้จัดตั้ง    กรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบ การกระทำ ประกาศคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44    เป็นกรณีที่เกิดขึ้นจาก พรรคอนาคตใหม่  ที่มีจุดยืนต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์   มาตลอดต่อเนื่อง 

 


โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มีการยื่นเรื่องนี้  ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2562 ด้วยเหตุผลว่าเนื่องจากประกาศ คำสั่ง ที่ คสช. ออกยังบังคับใช้เป็นกฎหมาย และการใช้อำนาจตามมาตรา 44  ยังส่งกระทบต่อประชาชนบางกลุ่มตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ทำให้ต้องมี กรรมาธิการขึ้นมาศึกษาผลกระทบดังกล่าว

 


ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่า  พรรคประชาธิปัตย์ โดย  สาทิตย์  วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ก็เสนอญัตติด่วน  เรื่อง การขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้่ไข ผลจากประกาศและคำสั่งคณะปฏิวัติคณะต่าง ๆ  รวมถึงประกาศและคำสั่งของคสช. และศึกษาผลกระทบและความเหมาะสมของกฎหมายที่บัญญัติ โดยสนช. 

 


ท้ายสุดจึงกลายเป็นที่มาของผลการลงมติ  พรรคร่วมรัฐบาลเป็นฝ่ายแพ้โหวต ด้วยคะแนนเสียง  236  ต่อ 231 เสียง    และในจำนวนเสียงที่เห็นด้วยกับญัตติของ  ปิยบุตร    เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่   ก็คือ  6 ส.
ส.จากพรรคประชาธิปัตย์  ประกอบด้วย

1.สาทิตย์  วงศ์หนองเตย  ส.ส.ตรัง
2.อันวาร์ สาและ  ส.ส.ปัตตานี
3. เทพไท เสนพงศ์   ส.ส.นครศรีธรรมราช
4.พนิช วิกิตเศรษฐ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ
5.ชัยวุฒิ บรรณวัตน์   ส.ส.จาก
6.กันตวรรณ  ตันเถียร  ส.ส.พังงา

 


@สิ่งที่ต้องเฝ้าจับตาต่อไป กับสถานการณ์การเมืองต่อจากนี้ ก็คือ  ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ภายในพรรคร่วมรัฐบาล   เพราะสิ่งที่ ส.ส.พรคประชาธิปัตย์  เลือกจะทำในการลงมติเห็นชอบในญัตติของ ปิยบุตร  เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มีความชัดเจนอยู่ในจุดยืนทางการเมืองอยู่ไม่น้อย 

 


โดยเฉพาะกับถ้อยแถลงของ  เทพไท  เสนพงศ์    ซึ่งอ้างว่า     การตัดสินใจในลักษณะดังกล่าว  ไม่ได้เป็นการโหวตสวนมติพรรค หรือเห็นด้วยกับญัตติของฝ่ายค้าน   แต่เป็นการโหวตสนับสนุนญัตติของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการให้มีกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของคณะปฏิวัติทุกคณะ   ไม่ใช่เพียงแค่การใช้อำนาจของ คสช. และการใช้ ม.44 เท่านั้น ขณะเดียวกันยังเป็นแสดงถึงความแน่วแน่ในอุดมการณ์และจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่สนับสนุนวิธีการใด ๆ ที่มาจากความไม่เป็นประชาธิปไตย

 


ขณะที่เอกสารประกอบการยื่นญัตติด่วน  ให้จัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบ การกระทำ ประกาศคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44  ของ พรรคอนาคตใหม่  มีสาระสำคัญ  ว่า 

 


“การตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่   แต่การกระทำ ประกาศ คำสั่งฉบับต่างๆ ของ คสช.จะไม่สิ้นสุดลงไปด้วย  เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 279 ได้รับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของ คสช.หรือของหัวหน้า คสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย   อีกทั้งในระหว่างที่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว หัวหน้า คสช.และ คสช.ยังสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 ประกอบมาตรา 265 วรรคสองตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน   ซึ่งอำนาจดังกล่าวเป็นอำนาจที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ถือเป็นที่สุดและยังคงถูกบังคับใช้ แม้ว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งและมีรัฐสภาที่เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติก็ตาม กล่าวได้ว่าระบอบรัฐประหารที่ถูกสถาปนาขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.2557 ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่จนถึงปัจจุบันผ่านรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นภายใต้กระบวนการของ คสช.”

 

        
นอกจากนี้การกระทำ ประกาศ คำสั่ง และการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช.และ คสช. ได้ยังผลให้เกิดกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างและร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการจับกุมกักขังประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกซึ่งการชุมนุมทางการเมือง

 

                
รวมถึงการใช้สิทธิเสรีภาพในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่   การดำเนินกระบวนพิจารณาต่อประชาชนในศาลทหาร และยังรวมถึงการใช้อำนาจไปในลักษณะของการเอื้อต่อกลุ่มทุนบางกลุ่ม ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งรวมถึงการประกอบอาชีพในชีวิตประจำวันล้วนแล้วแต่กระทบกระเทือนทั้งสิ้นมากไปกว่านั้น การดำรงอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ดีตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองเอาไว้

 

 
ตลอดจนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นอย่างไม่เป็นธรรม ความรุนแรงที่เกิดจากบรรดาการกระทำ ประกาศ คำสั่ง และการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช.และ คสช.ที่ได้เกิดขึ้นในอดีต และยังมีผลร้ายแรงเป็นวงกว้างอยู่ในปัจจุบันนั้น จึงขออาศัยตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 ข้อ 41 และข้อ 42 ให้สภาฯ มีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ"

 


@ ต้องย้ำชัด ๆ ว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์ประกอบความคิดของ พรรคอนาคตใหม่    ที่ฉายภาพให้เห็นว่าทำไมต้องเสนอให้จัดตั้งกรรมาธิการ  ศึกษาผลกระทบ การกระทำ ประกาศคำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44   ซึ่งไม่ต่างอะไรกับกระบวนการเดินหน้าเช็คบิล การทำหน้าที่ของคสช.ที่ผ่านมาในอดีต  และ  ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์  ที่ถูกมองว่ามีความใกล้ชิด กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ก็ลุกขึ้นมายอมรับหลักคิดของพรรคอนาคตใหม่  ที่จะเริ่มต้นหาวิธีการก่อกวน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  อย่างหนักในอนาคตอันใกล้  

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าว




ข่าวที่เกี่ยวข้อง