ออกหมายจับ! กี้ร์ พายัพ วรชัย แกนนปช.ไม่มาศาลหลังฏีกาพิพากษายืน

Publish 2019-09-11 15:39:59


จากกรณีเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2562 ที่ผ่าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการต่อลมหายใจพีซทีวีเวทีทัศน์ โดยย้ำถึงรางวัลนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยล้วนมีความยากลำบากทุกขั้นตอน อีกทั้งมีคดีความต้องขึ้นศาลอย่างต่อเนื่องทุกปีจนจะสิ้นสุด โดยในเดือนกันยายน มีหลาย ๆ คดีที่ต้องติดตามกัน ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน มีนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีล้มการประชุมอาเซียน พัทยา ในเดือนเมษายนปี 2552 ซึ่งศาลชั้นต้น และอุทธรณ์พิพากษายืนมาสองศาล ให้จำคุก 4 ปี



 

ทั้งนี้เมื่อ 13 ส.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช. กับพวก จำเลยคดีร่วมกันล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต พัทยา จังหวัดชลบุรี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการศาลจังหวัดพัทยา ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลจังหวัดพัทยา เนื่องจากพวกจำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี หากอัยการโจทก์ไม่ถอนฟ้องคดีก็จะยื่นฟ้องอัยการโจทก์ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 

 

 



 

จากคดีดังกล่าว ตนกับพวกนั้นถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองและมีการตั้งข้อกล่าวหาที่หนักเกินกว่าความเป็นจริง เพราะในคดีนี้ตนและพวกไม่ได้กระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด อีกทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงในเวลาต่อมาว่า อัยการโจทก็ได้นําพยานเอกสารและพยานบุคคลเข้าเบิกความเท็จ ต่อศาล จนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย การกระทําของอัยการโจทก์เป็นความผิดต่อ กระบวนการยุติธรรม การที่อัยการโจทก์นําพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้านําสืบในชั้นพิจารณาคดีต่อศาล

 

สํานวนฟ้องของอัยการโจทก์เป็นการฟ้องคดีที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงร้องขอความเป็นธรรมมายังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาดําเนินการมีคําสั่งให้อัยการโจทก์ถอนฟ้องคดีนี้ออกจากสารบบความเสีย ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคําพิพากษา และมีคําสั่งให้พนักงานสอบสวนดําเนินการสืบสวนสอบสวนและดําเนินการแจ้งข้อกล่าวหาให้ถูกต้องและเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามสำนวนในคดี

 

 

อย่างไรก็ตามคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค2 ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายอริสมันต์ กับพวกคนละ 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฏีกา และล่าสุดวันนี้(11ก.ย.) ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในชั้นฏีกาโดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก 10 จำเลย เป็นเวลา 4 ปี ไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 4 คือนายสมยศ พรหมมา เพราะเป็นมวลชนธรรมดาไม่ใช่แกนนำ ส่วนจำเลยที่มาวันนี้มีแค่จำเลยที่ 10 คือ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เพียงคนเดียว พร้อมกับออกหมายจับจำเลยทั้งหมดที่ได้รับการลงโทษแต่ไม่ได้มาฟังคำพิพากษาในวันนี้

 

 

สำหรับคดีดังกล่าวอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจร พ.ศ.2522 ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาเป็นศาลชั้นต้น ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2558 ตัดสินจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยในคดีนี้ ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง , นายนิสิต สินธุไพร , นายพายัพ ปั้นเกตุ , นายวรชัย เหมะ , นายวันชนะ เกิดดี , นายพิเชฐ สุขจินดาทอง , นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์ , พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ , นายนพพร นามเชียงใต้ , นายสำเริง ประจำเรือ , นายสมยศ พรหมมา , นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายสิงทอง บัวชุม

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง