จับตาแรงบวกปะทะ!! ใครแน่ต้นทาง Fake News "อนค." ดาหน้าโจมตี "บิ๊กแดง-กองทัพ" ประจวบเหมาะ "ดร.นิว" พูดถึงพรรคล้างสมอง!???

Publish 2019-08-13 19:58:15


@กลายเป็นแรงปะทะในเชิงการเมืองโดยสมบูรณ์   จากบทสัมภาษณ์พิเศษของ พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์  ผู้บัญชาการทหารบก   ผ่าน  สำนักข่าวรอยเตอร์  บางช่วงบางตอนมีการพูดถึงสงครามข่าวปลอม หรือ Fake News ที่กำลังระบาดไปทั่วพื้นที่ข่าวสารออนไลน์ 

 

 

ประโยคสำคัญที่ถูกถ่ายทอดจาก พล.อ.อภิรัชต์  ในฐานะผู้คุมกำลังสำคัญทางทหาร  เน้นย้ำว่า   ภัยคุกคามความมั่นคง  ขณะนี้ก็คือข่าวปลอม  และเป็นปัญหาที่กำลังเกิดกับหลายประเทศทั่วโลก  มันเหมือนกับสงครามไซเบอร์ และเมื่อรวมมันกับเหตุการณ์ระเบิดป่วนกรุงเทพฯที่เกิดขึ้น ภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงเหมือนกับสงครามลูกผสม

 

 

จุดสำคัญที่ผู้นำหน่วยความมั่คง   ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก    แสดงความเห็นเป็นรายละเอียด   จนกลายเป็นประเด็นให้พรรคอนาคตใหม่    ดาหน้าออกตอบโต้พัลวัน    ทั้ง ๆ ที่  พล.อ.อภิรัชต์  ไม่ได้พาดพิงถึงใคร   ก็คือ   ถ้อยประโยคที่ว่า    ข้าศึกที่กองทัพต่อสู้ขณะนี้     ไม่ใช่ศัตรูเปิดเผยเมื่อแต่ก่อนแล้ว      เป็นการต่อสู้กับ การโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เนต  คล้ายกับการต่อสู้กับกบฏคอมมิวนิสต์ในทศวรรษ 1970-1980

 



กองทัพจึงต้องจัดระเบียบองค์กรใหม่และปรับปรุงความรู้  จัดระเบียบองค์กรและหน่วยต่างๆ  เพื่อรักษาสันติสุขและความมั่นคงของชาติ  เพื่อต่อสู้กับพรรคการเมืองบางพรรค  ที่ก่อตั้งใหม่ไม่เกิน 2 ปี   แต่มีแนวนโยบายโฆษณาชวนเชื่อตรงถึงกลุ่มคนที่มีอายุ 16-17 ปี  โดยการให้ความรู้กับคนกลุ่มนี้ด้วยข่าวปลอม

 

 

@ เท่านี้แหละ..เท่านี้จริง ๆ ที่ทำให้แกนนำพรรคอนาคตใหม่  รวมทั้งพลพรรคใต้ดิน    ดิ้นรนออกมาตอบโต้ พล.อ.อภิรัชต์  ในทุกรูปแบบ 

 

อย่างกรณีของ   นายปิยบุตร  แสงกนกกุล   เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  ที่ออกมาพูดเอง  ว่า  ความหมายที่ พล.อ.อภิรัชต์  กล่าวถึง  แม้จะไม่ระบุชื่อพรรค   แต่โดยนัยคงหมายถึงพรรคอนาคตใหม่  และอยากให้ผู้บัญชาการทหารบก  ทำความเข้าใจความคิดคนหนุ่มสาว  อย่าประเมินว่าสิ่งที่เขาเชื่อหรือคิดเป็นเรื่องถูกยุยง ปลุกปั่น

 

 

มากกว่านั้น   นายปิยบุตร  ร ะบุไปไกลถึงว่า  ทัศนคติของ  พล.อ.อภิรัชต์   จะทำให้เกิด   Clash of generations  หรือ     การปะทะกันทางความคิดระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่มากขึ้น   ทั้งที่พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยมีความคิดเป็นศัตรูกับกองทัพ    ไม่เคยมองกองทัพเป็นศัตรู    เพียงแต่ต้องการให้กองทัพถูกปฏิรูป   ให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง  และพรรคอนาคตใหม่  คือ พรรคการเมืองที่ถูกโจมตีด้วย Fake News  มากที่สุด

 

 

 

ขณะที่  พล.ท.พงศกร  รอดชมภู   รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   และอดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)   ในยุครัฐบาล  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร    สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ  วิพากษ์วิจารณ์กลับ  พล.อ.อภิรัชต์   ในลักษณะตอบโต้  ว่า   กองทัพจุดประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องอันตราย   เพราะทำให้ถูกมองมีการชักจูงคนรุ่นใหม่เป็นศัตรูกับกองทัพ  

 

 

"ที่ผ่านมามีการใช้ทั้งคำศัพท์โบราณอย่างหนักแผ่นดิน   ล่าสุดมีการนำไปเปรียบเทียบกับยุคคอมมิวนิสต์  ซึ่งถือเป็นเรื่องตกยุค และสะท้อนให้เห็นว่า ผบ.ทบ.ท่านนี้ไม่รู้เรื่องการทหารโดยพื้นฐาน  คือ เขาไม่รู้จักโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์"

 

 

@หนักที่สุด  ก็คือ  มุมมองของ รังสิมันต์  โรม   อดีตแนวร่วมนักศึกษา  ที่วันนี้สวมบทเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 

 

 

เพราะเป็นบุคคลในพรรคอนาคตใหม่   ที่มีจุดยืนรุนแรงกับกองทัพมาโดยตลอด   ทั้งการรณรงค์ผ่านโซเชียล เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน  2562   ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร   การอบรมนักศึกษาวิชาทหาร หรือ  รด.  ไปถึงการทำแบนเนอร์  โดยใช้ข้อความว่า "ใครไม่เอาทหารบ้าง ขอให้ยกมือขึ้น"

 

 

 

หรือก่อนหน้า วันที่ 2  เมษายน  2562  โพสต์เฟซบุ๊ค  โจมตี พล.อ.อภิรัชต์  ในกรณีที่ออกมาเรียกร้องขอให้นักการเมือง  เลิกวาทกรรมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และพูดฝากไปถึงบุคลากรที่ไปเรียนในต่างประเทศ   โดยการโจมตี พล.อ.อภิรัชต์   ไม่ใช่ทหารมืออาชีพ   เพราะยังคงมีการเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง   ด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน 



 

ก่อนจะจบท้ายกล่าวหาว่า พล.อ.อภิรัชต์  เป็นบุคคลที่มีทัศนคติในเชิงลบต่อพรรคอนาคตใหม่ จึงพยายามสะท้อนมุมมองเรื่องแนวคิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองออกมา  ให้ผู้คนเชื่อว่า  ทั้งนายธนาธร และ นายปิยบุตร  คือบุคคลเป็นอันตราย  ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่ จะเดินหน้าปฏิรูปกองทัพ  ทำให้ทหารมีความเป็นมืออาชีพ 

 

 

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่  12 สิงหาคม  2562  นายรังสิมันต์ โรม  เลือกจังหวะที่ พล.อ.อภิรัชต์  ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ  โพสต์วิพากษ์วิจารณ์มุมมองความคิด  ผู้บัญชาการทหารบก อีกครั้ง และเพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้น   ด้วยการใช้คำพูดถึงขั้น ว่า  มีอาการหลอนเพราะมีการนำปัญหา เรื่องการต่อสู้ข่าวสารในยุคโซเชียลมีเดียไปเทียบกับยุคคอมมิวนิสต์  เมื่อ 50-60  ปีก่อน  และพูดด้วยว่าภูมิปัญญากองทัพไทย ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าเช่นเดียวกับโลกสากล

 

 

ไม่เท่านั้น  นายรังสิมันต์ โรม  ยังโจมตี พล.อ.อภิรัชต์  ว่า มีพฤติการณ์ในเชิงให้ร้ายคนร่วมชาติ   ผ่านวาทกรรม  อย่าง  หนักแผ่นดิน ,  ซ้ายดัดจริต  หรือ ไม่นึกถึงแผ่นดินเกิดก็ไม่สมควรอยูาเมืองไทย

 

 

ก่อนจะจบข้อความโพสต์ เรียกร้องให้ประชาชนที่เห็นว่า โครงสร้างทางการเมืองควรถูกเปลี่ยนแปลง  ทหารต้องเลิกแทรกแซงการเมือง  ขอให้ระมัดระวัง พล.อ.อภิรัชต์  พร้อมเปรียบเทียบการทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบก ของ พล.อ.อภิรัชต์  ด้วยถ้อยคำที่ไม่ควรจะหลุดมาจาก บุคคลที่ดำรงสถานะเป็นผู้แทนราษฎร  และใช้ถ้อยประโยคเหล่านี้กับผู้บัญชาทหารบก  ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ        

 

@ ต้องย้ำว่าข้อความโพสต์ของนายรังสิมันต์  เชิงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของ  พล.อ.อภิรัชต์ ในฐานะผู้บัญชาทหารบก  ไม่ได้เกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้ง แต่เป็นมาโดยตลอด และรุนแรงมากขึ้น  ความน่าสนใจ ก็คือ พรรคอนาคตใหม่  ยอมรับในมุมมองบุคคลภายนอก สะท้อนพฤติการณ์ของพรรคมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

บุคคลหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ก็คือ  ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์   University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา  หลังจากออกมาวิเคราะห์  การบริหารจัดการของพรรคการเมืองบางพรรค  ที่เปิดแนวรบกับกองทัพ ไว้อย่างเจาะลึก  

 

 

โดยเฉพาะประเด็น Fake News ที่ ดร.นิว   วิเคราะห์การเคลื่อนไหวพร้อมตั้งเป็นประเด็นข้อคำถาม ว่า 

 

 

1.เครือข่ายพรรคล้างสมองใหม่... เล่นสงครามกองโจรในโลกโซเชียลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ? โจมตีฝ่ายตรงข้าม....แบบเปลี่ยนประเด็นไปเรื่อยๆ   ตั้งแต่ ก่อนเลือกตั้ง ช่วงเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง เรื่อยมาจนถึง...ปัจจุบัน

 

กุข่าวใหญ่โต... โจมตี... พอกระแสตีกลับ... ก็เปลี่ยนเรื่องโจมตี... เป็นวงจรสกปรก...แบบนี้

 

รวมถึงการสร้างภาพ สร้างกระแสเกินจริงไปเรื่อยๆ ด้วย

 

แต่ที่น่ากลัว คือ... การปลุกระดมต่อต้านการตัดสินของศาลที่กำลังจะเกิดขึ้นจากนี้ไป..”

 

 

2.“ก่อนเลือกตั้ง...อาศัยผลผลิตจากเครือข่ายลัทธิเก่า  ที่แอบล้างสมองกันอยู่ในสถาบันการศึกษา...ที่ใหญ่ขึ้นๆ ไปทั่วประเทศ... ลามไปหลายมหา’ลัยดังทั่วประเทศ... ผ่านอาจารย์มหาวิทยาลัยในเครือข่าย โจมตีใส่ร้ายป้ายสีสถาบันสำคัญสำคัญๆของชาติ ปลูกฝังความเชื่อผิดๆ... อคติชังชาติ... สร้างฐานเสียงคนรุ่นใหม่ที่ชังชาติตัวเอง... บูชาอาจารย์ที่ล้างสมองตัวเองราวกับเป็นศาสดา

 

 

ประเด็นสำคัญ คือ  ใช้สื่อโซเชียลหลายๆชื่อ...หลายๆรูปแบบ... ยกตัวอย่างเช่น...  มีเพจข่าวในเฟซบุ๊คหลายๆเพจเกิดขึ้นในห้วงเวลานั้นและเป็นกระแสอย่างรวดเร็วมากๆ... ตอนแรกมักจะนำเสนอข่าวที่ทันสมัย โดนใจคนรุ่นใหม่... แล้วก็ค่อยๆ แอบใส่อคติและข้อมูลเพื่อชักจูงความคิดทางการเมือง... อย่างช้าๆ

 

และเบื้องหลังเพจเหล่านี้ก็มาจาก...ทีมงาน...ไทยแลนด์แอนะลิติก้า...ที่เข้าถึงฐานข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วใช้เทคโนโลยีการจัดการข้อมูลที่ทันสมัย ผนวกกับหลักจิตวิทยา ผลิตข้อมูลมากมายในโลกโซเชียล"

 

 

3.“ช่วงเลือกตั้ง... มีการใส่ร้ายถึงการโกงคะแนนโดยฝั่งตรงข้าม  โดยพรรคล้างสมองใหม่สารพัด และปราศจากหลักฐานใดๆ แต่ประชาชนบางส่วนก็เชื่อไปแล้ว...อย่างหน้ามืด.. มีการใส่ร้ายชัดเจนว่าคะแนนงอก 4-5 ล้านเสียง แต่ก็ไม่งอกจริง... ตลอดมาจนใส่ร้ายสูตรคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งๆที่ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย... แล้วก็ใส่ร้ายงูเห่าตัวละ 20 ล้าน และอื่นๆ ทุกกรณีประโคมข่าวใหญ่โต แต่ก็ไม่มีอะไรจริงเลย..."

 

 

4.“พรรคล้างสมองใหม่... เกิดจากคนที่คลั่งลัทธิการเมืองโบราณๆกลุ่มหนึ่ง... มีความคิดจะล้มล้างการปกครอง...จึงได้สร้างภาพให้ดูดี... แต่แอบแฝงไว้ด้วยภัยร้ายต่อแผ่นดิน ใช้ฐานอำนาจเก่าของพวกชังชาติ และรวบรวมเครือข่ายต่างๆเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นไปที่เยาวชน เพื่อผลทางการเมืองทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยเพราะคนของพรรคล้างสมองใหม่จำนวนไม่น้อยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งคนพวกนี้เป็นผลผลิตจากพวกชังชาติเก่า

 

 

เบื้องหน้า... จัดตั้งเพจข่าวในเฟซบุ๊คมากมาย เพื่อดึงดูดความสนใจของวัยรุ่น นำเสนอข่าวที่น่าสนใจโดนใจวัยรุ่น แล้วก็ค่อยๆแซะรัฐบาล สร้างอคติ และโทษรัฐบาลเป็นที่มาของปัญหาทั้งหมดทั้งมวล กลับดำเป็นขาว... กลับขาวเป็นดำ...

 

นอกจากเพจข่าวใหม่ๆที่เกิดขึ้นและดังในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพจเก่าๆ ดังๆบางเพจก็ถูกเงินซื้อไปเป็นแนวร่วมแบบที่น้องๆหนูๆไม่ทันระวังตัว...ไม่ใช่แค่ในระดับโลก... ประเทศไทยเองก็มีบริษัทที่แอบสนับสนุนข้อมูลรับใช้นักการเมืองหาเสียงเลือกตั้ง

 

 

ช่วงท้าย  ดร.นิว  เปิดประเด็นว่า    พรรคล้างสมองใหม่ยังได้แอบทุ่มงบมหาศาล... ตั้งทีมไซเบอร์ เพจ เว็บไซต์ และเครือข่ายต่างๆไม่น้อย...ทั้งหมดทั้งมวล...เป็นเครื่องมือในโลกโซเชียลต่างๆ ยังไม่รวมการซื้อขายหรือได้มาซึ่งข้อมูลโดยมิชอบ ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน  ที่ได้ทยอยรวบรวมและใช้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยไม่ทันระวังตัว เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคล้างสมองใหม่

 

เคยสังเกตไหมว่า... ก่อนการเลือกตั้ง ทำไมถึงมีแอพพลิเคชั่นในเฟซบุ๊คมากมายที่ดึงดูดใจให้คนเล่นตามๆกันเมื่อเปรียบกับตอนนี้...จำนวนแอพพลิเคชั่นมีน้อยลงมากอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

@ถึงตรงนี้เป็นสิทธิ์คนไทยที่จะพิจารณาข้อมูล  อย่างครบถ้วน รอบด้าน และลงความเห็นว่า กองทัพไทยวันนี้เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ อย่างที่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่กล่าวหาหรือไม่  และกับบทบาท พฤติการณ์ของพรรคการเมืองยุคใหม่  พรรคไหนที่เข้าข่ายอย่างที่  ดร.นิว  วิเคราะห์ไว้ เพราะในอนาคตอันใกล้ เชื่อว่าภาครัฐและกองทัพ  คงจะถึงเวลาจัดการเรื่อง Fake News ในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง   


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง