อดีตทนายแดงว่าที่สส.อนาคตใหม่อ้างตัวแทนUNแนะเข้าสภาแล้วให้แก้กม.ความมั่นคง

Publish 2019-04-08 08:55:01


จากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นเป็นภัยกับความมั่นคงประเทศ และมาตรา 189 ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา จากพฤติการณ์เมื่อปี 2558 โดยมีตัวแทนจากสถานทูต กว่า 10 ประเทศ เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ หรือ UN สังเกตการณ์ ต่อมาน.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  ชี้แจงกรณีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 11 ประเทศไปร่วมรับฟังการรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจปทุมวันว่า กระทรวงการต่างประเทศติดตามข่าวดังกล่าว มีหลายภาคส่วนแสดงความวิตกกังวลมายังกระทรวงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบว่าคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่ไปปรากฏตัวเพราะได้รับเชิญจากนายธนาธรเอง



 

ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และกลุ่มนักกฎหมายอนาคตใหม่เพื่อสังคมไทยที่เท่าเทียม (นอสท.) รวมทั้งยังเคยเป็นทนายกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนและทนายความ 10 กว่าคน ได้ไปร่วมให้กำลังใจ นายธนาธร ที่ สน.ปทุมวัน และร่วมรับฟังการซักถามจาก 12 ตัวแทนของนานาชาติที่ร่วมสังเกตการณ์กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พบว่าจากประสบการณ์การทำคดีการเมืองตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช.นั้น ครั้งนี้ถือว่ามีตัวแทนจากนานาชาติให้ความสนใจมากที่สุด

 

 

 



 

“ประเด็นที่ตัวแทนจากนานาชาติให้ความสนใจซักถามมากที่สุดคือ การฟ้องคดีนายธนาธร ได้รับการชี้แจงว่า เป็นการดำเนินคดีจากปี 2558 ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอำนาจเต็มรูปแบบ โดย คสช.เป็นผู้มอบหมายให้ พ.ต.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช.แจ้งความ ประกอบกับคำสั่ง คสช.ที่ให้คดีความมั่นคงต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งตัวแทนจากนานาชาติมองว่า คดีความมั่นคงตาม ม.116 ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถือเป็นอาญาแผ่นดิน การดำเนินคดีต้องปรากฏพฤติกรรมร้ายแรง และมีพยานหลักฐานพร้อมจริงๆ จึงจะดำเนินคดีได้”

 

 

นอกจากนี้นายคารม ยังกล่าวอีกว่า ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตตามที่นายธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า ทำไมเจ้าหน้าที่จึงเลือกดำเนินคดีในช่วงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ทั้งที่ยังมีเวลาดำเนินคดีอีกมาก และตัวแทนจากสหประชาชาติมาแนะนำตนว่า ส.ส.ที่จะเข้าสภาควรดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลด้วย ไม่ว่าจะเป็นชุดกฎหมายความมั่นคง กฎหมายคอมพิวเตอร์ ที่ถูกนำมาใช้กับผู้เห็นต่าง ส่วนกลุ่ม นอสท.ก็จะรวมกลุ่มทำกิจกรรทางการเมือง เพื่อช่วยเหลือนักการเมือง และ ส.ส.ในคดีทางการเมือง และติดตามนโยบายสาธารณะของภาครัฐ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ทั้งเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการทำงานในลักษณะภาคประชาสังคมร่วมกับ ส.ส.ในสภาด้วย

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กองบรรณาธิการข่าวการเมือง