"บิ๊กตู่" ย้ำทุกฝ่ายเต็มที่แก้ปัญหาฝุ่น-หมอกควัน ขอร้องอย่าโยงเผาป่าเอี่ยวการเมือง วอนทุกคนต้องร่วมมือกัน!

Publish 2019-04-01 12:25:25


เมื่อเวลา 10 นาฬิกา 30 นาที ของวันที่ 1 เมษายน ที่ห้องวายุภักษ์ 2-4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ

ในระหว่างมอบโอวาทในการเป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2561 ว่า ปัญหาฝุ่นละอองฝนภาคเหนือตนได้ติดตามปัญหามาโดยตลอดเรียกได้ว่าหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเดือนๆแล้วทั้งในกทม.วันนี้พบว่ายังมีการจุดไฟในพื้นที่ป่าจำนวนมาก

แม้จะร้องขอความร่วมมือแล้วก็ยังเกิดขึ้นอีก นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ในส่วนรัฐบาล ส่วนราชการ ระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ วันนี้รัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่ไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการในระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ทำอย่างเต็มที่ แต่ปัญหาก็คือทำให้เขาร่วมมือกับเราได้อย่างไร

 



ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของการศึกษา การทำความเข้าใจในระเบียบวิธีการปฏิบัติต่างๆของราชการ ของรัฐบาล ท้องถิ่นและประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการหารือร่วมกันแก้ปัญหาเหล่านี้ ทั้งนี้ถ้าเรารวมจุดที่มีไฟไหม้ป่าทั้งในประเทศและนอกประเทศมีจำนวนไม่ต่ำเป็น 1,000 จุดขึ้นไป วันนี้รัฐบาลได้ปรึกษาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว แต่ต้องเริ่มจากภายในประเทศของเราไปพร้อมกันด้วย อย่าให้ใครมาบิดเบือนในเรื่องต่างๆเหล่านี้นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆอีก


จากนั้นเวลา 10 นาฬิกา 45 นาที 'พล.อ.ประยุทธ์' ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จรวจรสชการจ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือในวันที่ 2 เม.ย.ว่า ต้องดูสถานการณ์ แต่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปเป็นเดือนแล้ว ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือมาจากสองสาเหตุคือไฟป่าและในเมือง ซึ่งเรามีความเข้มงวดแก้ปัญหาแต่ก็ลดลงได้น้อย จากการตรวจสอบจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า

 

 

โดยรวมแล้วในหลายจังหวัดภาคเหนือและต่างประเทศมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า 3,000 จุด ซึ่งเราต้องแก้ไขปัญหาตรงนี้ ซึ่งในเขตเมืองก็ต้องเข้มงวดประชาชนไม่ค่อยมีความสุขนัก เพราะต้องบังคับใช้กฏหมายและประชาชนต้องร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ไฟไหม้ป่าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากไฟป่าอย่างเดียว แต่เกิดเพราะถูกจุดขึ้น ดังนั้นวันนี้จะต้องมีความร่วมมือในพื้นที่ผ่านกระทรวงมหาดไทย

 

ในส่วนต่างประเทศกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะหารือในเวทีอาเซียน เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาไฟป่ามีความยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาเกิดขึ้นทุกปี เรามีการดำเนินการแก้ไขมาเป็นระยะ แต่ที่สำคัญเราไม่สามารถควบคุมพื้นที่ป่าได้มากนักเพราะเป็นพื้นที่ภูเขาสูง ตนขอให้เห็นเจ้าหน้าที่ด้วย และทราบว่าเมื่อ 31 มี.ค.มีอาสาสมัครดับไฟป่าเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นผลดีกับประเทศชาติบ้านเมือง อยู่ที่ความเข้าใจความรู้ว่าจะรักษาธรรมชาติอย่างไร ตนเห็นใจผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่ว่าจะมีรายได้น้อยหรือมากเป็นคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาประเทศของเราให้ได้



นอกจากนี้ เมื่อถามว่า ในการลงพื้นที่วันที่ 2 เมษายน จะได้ข้อสรุปมาตรการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเบื้องต้นไปแล้ว แต่จะทำให้เข้มงวดมากขึ้น

 


โดยจะมีการแก้ปัญหาการจุดไฟในพื้นที่ป่า ที่มีการจับกุมดำเนินคดีไปหลายคดีแล้ว แต่ก็ยัง เกิดขึ้นอีก นั่นหมายความว่ากฎหมายไม่สามารถบังคับใช้ได้หมด  จึงอยู่ที่การสร้างหัวใจของคนในพื้นที่ ซึ่งก็คือประชาชนคนไทย ส่วนต่างประเทศก็เป็นเรื่องของต่างประเทศที่จะต้องหารือร่วมกัน  วันนี้ไม่ต้องมีขั้น 1 ขั้น 2 ขั้น 3 เพราะจะต้องทำเรื่องเหล่านี้ให้ดีที่สุดพร้อมกับการแสวงหาความร่วมมือจากต่างประเทศ มันคงไม่มีขั้นไหนได้อีกแล้ว เพราะสามารถใช้กฎหมายและขอความร่วมมือได้อย่างเดียว

 

สุดท้าย เมื่อถามว่า พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ระบุมีกระบวนการลอบเผาป่าเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องสืบสวนกันต่อไป ถ้าสอบแล้วพบว่าใครเป็นคนปลุกปั่นก็ไปหากันตรงนู้น อย่ามาเกี่ยวพันกันมากนัก คนที่ทำรู้ตัวเองอยู่แล้ว ตนยืนยันไม่ต้องการให้ทุกคนใช้เรื่องนี้ในทางการเมืองอีก ทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมดประเทศชาติเดินไม่ได้ ตนคิดว่าสื่อรู้ทุกเรื่องและต้องเข้าใจด้วยวิจารณญาณของสื่อ เพียงแต่จะช่วยประเทศชาติกันอย่างไรขอฝากตรงนี้ด้วยแล้วกัน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา