จบแล้วทักษิณ!! "รังสิตโพล" เผย "บิ๊กตู่" มาวิน โอกาสสูงคว้าเก้าอี้นายกฯ "พท.-ปชป."ไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่คนเดียว!

Publish 2019-03-15 18:27:41


 


          รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลังรังสิต เปิดเผยผลสำรวจและวิเคราะห์ผลสำรวจรังสิตโพล ทั้งหมด6 ครั้ง ตั้งแต่ 1พค.-5 มีนาคม 2562 ตามหลักวิชาการ ตามโครงสร้างประชากร ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจ 8,000 ตัวอย่าง ซึ่งความเชื่อมั่น 83% โอกาสคลาดเคลื่อน 7% ทำโพล 350 เขตทั่วกระเทศ รังสิตโพลแตกต่างจากโพลอื่น คือ จำแนกความความนิยมของแต่ละพรรคด้วย โพลเดียวที่คะแนนรวมแต่ละพรรค หรือ ป็อบปูลาโหวตจำนวนกี่คน



คะแนนนิยมอยู่ในระดับสูงที่สุด คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 29.34% ตามด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ 14.63% นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ 17.67 % พิจารณา 6 ครั้ง พล.อ.ประะยุทธ์ นำตลอด มีเสถียรภาพ ตามมาด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ แต่นายอภิสิทธิ์ กลับมานำในช่วง 2 เดือนหลังก่อน 5 มีนาคม ที่น่าสนใจอีกคือ นายอนุทิน ชาญวีรกุล กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิน ที่กลับมานำนายธนาธร แต่ในทางสถิติเท่ากัน

 


          สำหรับผลสำรวจคะแนนความนิยมของพรรคการเมืองที่จะกวาด ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทย(พท.) จะเป็นอันดับ 1 กว่า 5.8 ล้านเสียง ได้ส.ส.เขต 128 ที่นั่ง ตามด้วยพลังประชารัฐ 7.8 ล้านเสียง 100 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 6.6 ล้านเสียง 86 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 3.3 ล้านเสียง 38 ที่นั่ง อนาคตใหม่ 2.9 ล้านเสียง 30 ที่นั่ง เสรีรวมไทย 2.5 ล้านเสียง 25 ที่นั่ง

 

ผลการเลือกตั้ง ตั้งแต่การสำรวจหลังวันที่ 5-24 มีนาคม ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองสูงมาก ยังบอกไม่ได้ว่าใครแพ้ชนะ บอกได้เพียงใครนำ

 

 


          คนที่มีความนิยมเป็นอันดับ 1 ใน 320 เขต ที่มีคะแนนนำชนะกันไม่เกิน 3,300 คะแนน มีโอกาสพลิกแพ้ชนะกัน ส่วนที่นำทิ้งห่างเกิน 15,000 คะแนน ชนะแน่ๆ ไม่เกิน 20 เขต จาก 350 เขต

 


          จากการสำรวจคะแนนนรวมแต่ละพรรค พลังประชารัฐมีโอกาสที่จะได้จัดตั้งรัฐบาล และมีโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ แม้ได้ส.ส.เขตมาก แต่มีโอกาสที่จะไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว

 



รศ.ดร.สังศิต ชี้ว่า เหตุผลที่พลังประชารัฐ จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจาก 10 วันสุดท้ายมีโอกาสที่พลังประชารัฐ จะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง แกนนำรัฐบาลคือพลังประชารัฐ เป็นรัฐบาลผสม 280-300 เสียง ส่วนเพื่อไทยและพันธมิตร จะได้เป็นฝ่ายค้าน 180-190 เสียง พรรคขนาดกลางจะได้ประโยชน์ 
พรรคอนาคตใหม่ จะได้ส.ส.รายชื่อมากที่สุด 25 ที่นั่ง ในการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้วางกรอบไว้ 
“เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐบาลจะมีเสถียรภาพพอประมาณ ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น นักลงทุนมีความเชื่อมั่น สามารถเดินหน้าต่อไปได้”
         
 

อย่างไรก็ตาม คะแนนมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีก ตั้งแต่วันที่ 5-23 มีนาคม เพราะหลังจากท่าทีของนายอภิสิทธ์  ไม่เอาเพื่อไทย ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่เอาพลังประชารัฐ ทำให้ในภาคอีสานคะแนนดีขึ้น แต่ในพื้นที่ภาคใต้ กทม. คะแนนลดลง หันไปเลือกพลังประชารัฐ และพรรคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เช่นเดียวกับนายธนาธร ที่จะรื้อคดีนายทักษิณ ชินวัตร ทำให้คนนิยมเสื้อสี จะหันมาหนุนนายธนาธร เพิ่มมากขึ้น ส่วนคนที่หนุนคนชั้นกลาง ก็อาจจะกำลังพบการเผชิญหน้าครั้งใหม่ จะหันไปเลือกพลังประชารัฐแทน


          “การปรับท่าที การปรับบุคลิกนิ่มนวลของ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้คะแนนบวกดีขึ้น ประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเกิน 80% อยู่ ที่ 75-80% จากกว่า 51 ล้านคน อยู่ที่ประมาณ 38-41 ล้านคน” รศ.ดร.สังศิต ระบุ

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม