โค้งสุดท้ายกับ"เพื่อชาติ" แถลงจุดยืน ดีลพา"ทักษิณ"กลับบ้าน เชื่อความขัดแย้งจะหายไป

Publish 2019-03-15 17:40:24


15 มี.ค.62 - ที่ทำการพรรคเพื่อชาติ ชั้น 5 ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ รองหัวหน้าพรรค, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรค และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค แถลงข่าว “โค้งสุดท้ายกับพรรคเพื่อชาติ” ตามอุดมการณ์รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อฟื้นฟูประเทศ และเป็นเกาะกลางในการที่จะสร้างพื้นที่พูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อไปสู่เป้าหมายความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเป็นการแถลงข่าวเพื่อทราบทิศทางของพรรค

 

 



นายสงคราม กล่าวว่า นโยบายเรื่องความยุติธรรมสำคัญมาก ต้องปฏิบัติส่งเสริมให้เป็นไปตามหลักสากล นานาชาติยอมรับ หากไม่เป็นสากล นานาชาติไม่ยอมรับ ทำให้ประเทศต่างๆ ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน ข้อพิพาทต่างๆ ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารหลายครั้ง เกิดความลักลั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมทางการเมือง เมื่อเกิดรัฐประหารไม่มีใครบอกว่ารัฐบาลที่ถูกรัฐประหารเป็นคนดี ต้องเลว คอร์รัปชั่น เป็นสูตรสำเร็จ และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ สุดท้ายคนถูกยึดอำนาจอยู่ไม่ได้ ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าอยู่ต่อไม่พ้นถูกติดคุก แต่ประเทศต่างๆ ก็ไม่ให้ความร่วมมือจับกุม เพราะรู้อยู่แล้วเกิดจากข้อกล่าวหาทางการเมืองทั้งนั้น 

 

 

นายสงคราม กล่าวต่อไปว่า กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถ้าผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทำไมประเทศต่างๆ ไม่จับกุม กลับให้การต้อนรับเป็นที่ปรึกษา เชิญไปเป็นวิทยากรต่างๆ เพราะไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาเหล่านั้น พรรคเพื่อชาติเห็นคุณค่าของคนไทย คนมีความรู้ความสามารถลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ พรรคเพื่อชาติเห็นควรต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ส่วนคดีว่ากันไป ผิดก็ว่าผิด แต่กระบวนการสอบสวนต้องเป็นกลาง ไม่มีส่วนได้เสีย ต้องเป็นธรรม ยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย พรรคเพื่อชาติจะเป็นเกาะกลาง ไม่ใช่แค่นายทักษิณ แต่รวมถึงประชาชนคนไทยทุกคนต้องมาคุยกันได้ 

 

หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ยังกล่าวถึงนโยบายว่า พรรคเพื่อชาติจะเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างขีดความสามารถของคนรุ่นใหม่ ปรับปรุงการเรียนการสอนนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศต่อยอดให้ทันโลก สร้างคนเพื่อสร้างชาติ ส่วนการทหาร การรบต่อไปใช้ AI เทคโนโลยีทั้งนั้น กำลังส่วนเกินต้องอยู่ในศูนย์บัญชาการ และอยู่ในภาคของการผลิต ไม่ต้องเกณฑ์ทหารมาสมัครใจแทน การรบไม่ต้องใช้กำลัง ใช้สมองและเทคโนโลยี ส่วนความเหลื่อมล้ำ ระบบอุปถัมภ์ การผูกขาดตัดตอน ทำให้ทรัพย์สินไปรวมกับกลุ่มบุคคล ไม่กระจายให้ประชาชนทั่วไป จนเกิดความยากจน พรรคมีนโยบายเลิกสัมปทานผูกขาดที่เป็นอุปสรรคการพัฒนาคน เช่น เหล้าพื้นบ้านแทบจะทำไม่ได้ ผูกขาดเอื้อให้คนรวย ต้องแก้ไขจุดบกพร่องของกฎหมายป้องกันการผูกขาดที่มีอยู่ และนโยบายทำลายกำแพงใจ สร้างความรักสามัคคีของคนในชาติ



 

 

ด้านนายยงยุทธ กล่าวว่า การนำความยุติธรรมกลับคืนมานั้น มีการซักถามมาเสมอว่าพรรคเพื่อชาติมีแนวทางอย่างไรต่อกรณีนายทักษิณ สังคมไทยถูกตั้งคำถามกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานใช่ไหม ทำให้ต่างชาติระแวงไม่กล้ามาลงทุนทำสัญญา ตั้งแต่ปี 2549 ที่ยึดอำนาจ มีทหารเข้าไปทำลายข้าวของในบ้านตนก็ไม่เอาเรื่องฟ้องร้อง การฉีกรัฐธรรมนูญทำรัฐประหารเป็นความผิดถึงขั้นประหารชีวิต แต่ได้นิรโทษกรรมไม่ถูกลงโทษ ผู้ถูกยึดอำนาจไม่ได้นิรโทษอะไร ถูกตั้งข้อกล่าวหาต้องลี้ภัย ที่นายทักษิณไม่ยอมรับ เพราะคณะกรรมการกล่าวหามาจากการแต่งตั้งของผู้ยึดอำนาจ การได้มาซึ่งข้อกล่าวหาไม่เป็นธรรม ถ้าในศาลมีการยื่นร้องขอเปลี่ยนตัวกรรมการ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีความมั่นใจถึงกลับมาได้

 

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า การปล่อยให้คนมีความรู้ความสามารถอยู่ต่างประเทศ ซึ่งมีคอนเนกชั่นกับนานาอารยประเทศ ย่อมสร้างความสามารถของการลงทุนมาช่วยประเทศ ก็จะทำให้กองเชียร์ที่ต้องการเห็นคนรักศรัทธาได้กลับมาต่อสู้ ไม่ต้องแตกแยกกันเหมือนทุกวันนี้ พรรคถึงได้สร้างคอนเซปต์เกาะกลาง หลายคนที่บอกมาได้แต่มาติดคุกนั้น ถ้าไม่ถูกกระทำคงไม่รู้สึก ตนเชื่อว่าถ้าถูกกระทำความคิดก็จะเปลี่ยนไป การได้มาซึ่งพยานหลักฐานต้องเชื่อถือได้ เป็นกลาง ไม่ใช่ถูกแต่งตั้งจากฝ่ายตรงข้าม ไทยที่ง้อยเปลี้ยทุกวันนี้เพราะแบ่งฝ่าย การหาเสียงก็มีบรรยากาศเช่นนี้ คิดว่านายทักษิณควรได้รับการพิจารณากลับมาต่อสู้ ต้องพูดคุยกัน การสร้างศัตรูสมมติเหมือนสงครามเย็นไม่ดีต่อประเทศไทยแน่นอน จากที่ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ถ้าเริ่มต้นกระบวนการให้นายทักษิณกลับประเทศได้จริง ความขัดแย้งทั้งหลายจะหายไป ตนเชื่อมั่น

 

 

นายสงคราม กล่าวเสริมว่า ทำไมต้องให้นายทักษิณกลับ รัฐประหารผ่านไป 5 ปี ยังไม่ปรองดอง ไม่มีนายทักษิณอยู่ในประเทศมา 10 ปีแล้วก็ยังไม่จบ วิธีที่ดีที่สุดคือต้องคุยกัน เหมือนอเมริกาคุยกับเกาหลีเหนือ ผู้มีอำนาจไปคุยกันประเทศที่สามก็ได้ คาใจอะไรพูดไปเลยจบ แล้วห้ามเล่นการเมือง ตนว่านายทักษิณก็รับได้เพื่อประเทศ เพราะท่านก้าวข้ามนายกฯ เป็นพลเมืองโลกไปแล้ว หลายประเทศเชิญไปเป็นที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยดังเชิญไปบรรยาย ไม่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายน่าอายที่ไม่เป็นหลักสากล ถ้ารักชาติทำไมไม่คุย ถ้าอยากแก้ปัญหาต้องเปิดใจกันพูด ให้ตระกูลเลิกเล่นการเมืองเชื่อว่าท่านก็ยอม อย่าให้ประเทศต้องเสียหายมากกว่านี้ ทุกวันนี้เสียหายมาเยอะแล้ว ฝากผู้มีอำนาจคู่ขัดแย้งทำใจซะเถอะ ถ้ารักประเทศจริงต้องมาคุยกันให้ได้

 

นายยงยุทธ ยังกล่าวถึงนโยบายแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผูกขาดตัดตอน ว่า ถ้าไม่แก้จะเกิดแรงเหวี่ยงมหาศาล คน 5 ตระกูลมีทรัพย์สินเหลื่อมล้ำมากกว่าคนส่วนใหญ่ ถ้าเผด็จการผูกขาดกับทุนทั้งหลายส่วนบนแล้วละทิ้งส่วนล่าง ปัญหาก็ไม่สิ้นสุด อย่าสร้างผีทักษิณ หยุดได้แล้ว คุยกันเสียให้จบ บ้านเมืองไม่แยกเป็นฝักฝ่าย การหาเสียงเรื่องแบ่งแยกทักษิณ สร้างวาทกรรมไม่เหมาะสม เป็นตัวอย่างให้เห็นปัญหาชาติ เหตุเกิดคือกลัวผีทักษิณ ต้องคุยกันอย่าให้ไปเร่ร่อนต่างประเทศ ยิ่งประจานประเทศเป็นเผด็จการ ตัวเอกของปัญหาคือผู้มีอำนาจกับนายทักษิณ และต้องหยุดนายทุนสัมปทาน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม